Yopi Gadget Magazine

Gadget Magazine

Yopi Gadget Magazine header image 1

Samsung M7600 Beat DJ

February 17th, 2009 · โทรศัพท์มือถือ & PDAs

samsung-m7600samsung-m7600-2

Samsung M7600 Beat DJ เป็นโทรศัพท์มือถืออีกรุ่นหนึ่งที่มีบุคคลิกเป็นตัวของตัวเองสูงมาก มีการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ตามใคร รวมทั้งมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ฉีกออกไปจากคู่แข่ง

Samsung M7600 เน้นการทำงานด้านฟังเพลงเป็นหลัง และคุณสามารถ mix เพลงของคุณเองได้ด้วย ตัวเครื่องสามารถใช้งานด้าน multimedia และ ความบันเทิงต่าง ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม ที่สำคัญอีกอย่างนึงคือ Samsung M7600 มาพร้อมกับหน้าจอ touch screen ที่สวยมากอีกด้วย

spec ของ Samsung M7600 Beat DJ:

* GSM 850/900/1800/1900 MHz, UMTS 900/2100 MHz
* GPRS/EDGE class 10, 3G HSDPA 7.2 Mbps
* หน้าจอ Touchscreen
* Dimensions: 112.0 x 51.0 x 13.9 mm
* Display: 2.8″ OLED touchscreen, WQVGA resolution (400 x 240)
* Memory: 50MB integrated memory
* hot-swappable microSD card slot (สูงถึง to 16GB)
* Music: Beat DJ music mixer application มี sound sampling และ scratching รวมทั้ง effect ต่าง ๆ มาให้ด้วย
* OS: Samsung Touch UI, TouchWiz (1.5)
* Camera: 3 megapixel auto focus ใช้ PowerLED flash
* ถ่าย VGA video ได้ที่ 20fps
* Connectivity: Bluetooth 2.1 with A2DP, standard microUSB port, GPS receiver ใช้งาน A-GPS
* Accelerometer เพื่อใช้ auto rotate หน้าจอ
* Sensor ปิดหน้าจออัตโนมัติ
* FM radio มี RDS, DivX/XviD video support
* Battery: 880 mAh

การออกแบบ Samsung M7600 Beat DJ

Samsung M7600 มีขอบที่โค้งมนได้รูป เป็นการออกแบบที่แปลกดีเหมือนกัน โดยมิติของตัวเครื่องอยู่ที่ 112 x 51 x 13.9 mm. และมีน้ำหนัก 99.7 กรัม ทำให้มันเป็นโทรศัพท์มือถือที่ค่อนข้าง “pocket friendly” อยู่เหมือนกัน

Samsung M7600 ใช้วัสดุเป็นพลาสติกคุณภาพสูง ซึ่งตัวเครื่องจะมีสีตัดกันสามสี ด้านหน้าเป็นจอ touch screen ซึ่งมีความ sensitive หรือตอบสนองการสัมผัสได้ไว หน้าจอของ Samsung M7600 มีขนาด 2.8 นิ้ว แสดงสีได้ 16 ล้านสี (OLED touchscreen)

samsung-m7600-side

เหนือหน้าจอขึ้นไปเล็กน้อยจะมีกล้องตัวที่สองซึ่งใช้เป็น video-call camera และมี ambient light sensor ทำหน้าที่ปรับแสงหน้าจอโดยอัตโตมัติ จึงมั่นใจได้ว่ามันสามารถใช้งานได้ดีแม้ในที่แสงแดดจ้า นอกจากนี้ยังมี proximity sensor ซึ่งทำหน้าที่ lock หน้าจอ touch screen อัตโนมัติ

samsung-m7600-vidcam

ปุ่ม Call และ End และปุ่ม Back อยู่ที่ด้านล่างของตัวเครื่องซึ่งเข้ากับการออกแบบได้เป็นอย่างดี

samsung-m7600-bottom

หากคุณคิดว่าด้านหน้าของตัวเครื่องหมดแค่นั้นแล้วล่ะก็ ต้องขอบอกว่าคุณคิดผิด ลองสังเกตุดีๆ  ที่ใต้หน้าจอ touchscreen ส่วนที่อยู่ระหว่างตัวหน้าจอ กับปุ่มต่าง ๆ …มันคือ semicircular touchpad ซึ่งใช้แตะเหมือนกับ touchpad บนเครื่องคอมที่เราคุ้นเคย แต่จะเน้นใช้งานหลักบน Samsung ในการควบคุม music application

samsung-m7600-left

ด้านซ้ายของตัวเครื่อง M7600 มีอะไรค่อนข้างเยอะ ประการแรกเลยคือ lanyard eyelet ตามมาด้วยปุ่ม volume, lock slider, และ micro USB port ซึ่ง micro USB port นี้สามารถใช้ชาร์จไฟขณะต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย

samsung-m7600-right

ทางด้านขวาของตัวเครื่องมีปุ่ม camera key และช่องเสียบ microSD

samsung-m7600-top

ด้านบนของตัวเครื่องมีช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5mm

samsung-m7600-back

ด้านหลังของเครื่องมีกล้องดิจิตอลความละเอียด 3 ล้านพิกเซลมาพร้อมกับ LED flash และกระจกเล็ก ๆ เพื่อใช้ส่องเวลาถ่ายรูปตัวเอง พื้นผิวที่หลังของเครื่องป้องกันการเปื้อนรอยนิ้วมือ

---------------------------------

กรุณาใช้โค้ดข้างล่างถ้าต้องการลิ้งก์มาหน้านี้:


ลิ้งก์สำหรับเว็บบอร์ดแบบ phpbb:


Bookmark and Share

---------------------------------

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง/คล้ายกัน

Comments OffTags: ····

Asus Eee PC 1002HA

February 13th, 2009 · คอมพิวเตอร์ PC & Laptop

asus-eee-pc-1002ha_large

Asus Eee PC 1002HA เป็น netbook แรง ๆ อีกตัวหนึ่งที่มีการพัฒนา processor ขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งจากรุ่นก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ 1002HA มีความบางกว่า, เบากว่า และมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานกว่ารุ่นเก่าอย่าง 1000HA มากทีเดียว นอกจากนี้แบตเตอรี่ยังใช้งานได้ยาวนานถึง 8 ชั่วโมง แรงแซงคู่แข่งค่ายต่าง ๆ ที่ทำ netbook ออกสู่ตลาด

Asus Eee PC 1002HA มีการออกแบบที่สวยงาม และดูแข็งแรงทนทานขึ้นจากรุ่นก่อนมากทีเดียว ซึ่งดูมี class มากขึ้นและไม่เหมือนเป็นแค่ของเด็กเล่นอย่างเจ้า 1000HA น้ำหนักของ 1002HA ชั่วได้ประมาณ 2.8 ปอน์ด ในขณะที่ 1000H หนักประมาณ 3.2 ปอน์ด และตัวเครื่องของ 1002HA หนาแค่ 1 นิ้ว แต่ขณะที่ 1000HA หนา 1.4 นิ้ว

นอกจากการออกแบบที่ดูดีขึ้น, น้ำหนักที่เบาลง และ ตัวเครื่องบางลงอย่างเห็นได้ชัด เรายังพบกับเจ้า AC adapter ในรุ่นใหม่นี้ที่มีน้ำหนักเบา ดังนั้นเราจะไม่รู้สึกเหมือนแบกก้อนอิฐไว้ในกระเป๋าอีกต่อไป ต่างจาก netbook ของคู่แข่งที่เจ้า AC adapter หนักและใหญ่เอาการทำให้รู้สึกเหมือนแบกก้อนอิฐไว้ในกระเป๋า

ตัวเครื่องที่เรานำมา review เป็น glossy black คือเป็นสีดำเงาวาว และมีหน้าจอ 10 นิ้วแบบ wide-screen ซึ่งทำให้มันมีหน้าตาใกล้เคียงกับ HDTV เลยทีเดียว ตัวหนังสือต่าง ๆ จัดวางได้สวยงามแม้ว่าสีของตัวหนังสือจะขาดความโดดเด่นไปซักหน่อย หน้าจอแสดงผลได้ 1,024×600 ซึ่งทำให้สามารถเปิด website ต่างๆ ได้โดยไม่ต้องเลื่อนแถบบ scroll ในแนวนอน ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดไปใน netbook หลาย ๆ รุ่น

ตัว touch pad ของ 1002HA มีขนาดใหญ่เกินไปซักหน่อยเมื่อเทียบกับความที่มันเป็น netbook ในตัว touch pad รองรับการ scrolling โดยการลากนิ้วมือสองนิ้วของบนตัว touch pad ดังนั้นคุณไม่จำเป็นต้องใช้มือนึงเลื่อนนิ้วไปบน touch pad และใช้อีกมือนึงเลื่อน scroll อีกต่อไป นับว่าสะดวกทีเดียว นอกจากนี้ตัว touch pad ยังรองรับการใช้งานได้หลายแบบไม่ว่าจะเป็นการหมุ่นปรับหน้าจอ(rotating), การย่อขยาย(zooming) เป็นต้น

ถ้าจะสรุปในส่วนของ touch pad แล้วก็ต้องบอกว่านี่คือ touch pad ที่ดีที่สุดในกลุ่ม netbook ด้วยกัน ส่วนทางด้าน keyboard นั้น 1002 HA ทำได้โอเค แต่ไม่ถึงกับดียอดเยี่ยม ปุ่มกดต่าง ๆ บน keyboard ใช้งานได้สะดวกไม่รู้สึกติดขัด ซึ่งดีกว่า Samsung NC10 อย่างไรก็ตาม 1002HA มีขนาดและการจัดวางตัว Shift key ที่ค่อนข้างใช้งานยากซักหน่อย ซึ่งถ้าคุณต้องใช้พิมพ์งานบ่อย ๆ คงจะรู้สึกขัด ๆ และต้องใช้เวลาในการทำความคุ้นเคยเหมือนกัน

และเช่นเดียวกันกับ netbook จากค่ายอื่น ๆ เจ้า 1002HA ไม่มีปุ่มสำหรับควบคุม multimedia โดยเฉพาะ ส่วนการทำงานของลำโพงนั้น Asus Eee PC 1002HA มีลำโพงแบบ stereo อยู่ด้านหน้าของเครื่องซึ่งถ้าว่าทำงานไ้ดดีในระดับคอมพิวเตอร์แบบ netbook

Asus Eee PC 1002HA มีอ port ต่าง ๆ ที่ netbook ควรจะมีคือ USB 2.0, Ethernet, headphone, microphone, และ VGA port นอกจากนี้สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือ memory-card reader ซึ่งรองรับ SD, MMC, และ Memory Stick

Asus Eee PC 1002HA สามารถเชื่อมต่อ wireless ผ่าน 802.11b/g/n และ Bluetooth นอกจากนี้ยังมี webcam มาให้ด้วย แต่ไม่มี fingerprint reader

Asus Eee PC 1002HA มาพร้อมกับ hard drive ขนาด 160 GB และมี Super Hybrid Engine ที่ยุ่งในเรื่องความสมดุลย์ระหว่างประสิทธิภาพการทำงานกับระยะเวลาการใช้งาน battery ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 โหมด คือ Super Performance, High Performance และ Power Saving ซึ่งคุณสามารถเลือกใช้งานในโหมดทั้ง 3 ได้โดยการกดปุ่มที่อยู่เหนือ keyboard นับว่าใช้งานง่ายทีเดียว

ในโหมด Super Performance จะทำให้ได้ประสิทธิภาพการทำงานมากกว่า netbook รุ่นอื่น ๆ ที่ใช้ Intel Atom N270 เป็น processor ซึ่งเป็น processor พื้นฐานของ netbook เกือบทุกรุ่น (แต่ดีกว่าแค่เล็กน้อยเท่านั้น)

ในโหมด Super Performance นั้นเราได้ทดลองเล่นไฟล์ video ไปเรื่อย ๆ ผลปรากฎว่าแบตเตอรี่ใช้งานได้ประมาณ 2 ชั่วโมง 53 นาที ซึ่งน้อยกว่า netbook รุ่นอื่น ๆ ประมาณ 34 นาที ดังนั้นหากคุณจะใช้งานให้ได้แบตเตอรี่นานจริง ๆ คงจะไม่ค่อยอยากใช้เจ้าโหมด Super Performance นี่เท่าไหร่

โดยรวมๆ แล้วมีหลายอย่างที่น่าสนใจในคอมพิวเตอร์ netbook อย่างเจ้า Asus Eee PC 1002Ha ตัวนี้ อย่างแรกเลยคือการออกแบบที่ดี สวยงาม ดูมีระดับ มีราคาถูกตามแบบฉบับ netbook มีความบางและน้ำหนักเบา และมี touchpad ที่ก้าวล้ำนำคู่แข่ง

spec ของ Asus Eee PC 1002HA

Processor: 1.6GHz Intel Atom N270
Memory: 1GB RAM
Storage: 160GB hard drive
Optical Drive: None
Screen: 10 inches
Graphics: Integrated Intel 945 graphics
Weight: 2.8 pounds
Dimensions (HWD): 1×10.3×7.2 inches
Operating System: Windows XP Home Edition

---------------------------------

กรุณาใช้โค้ดข้างล่างถ้าต้องการลิ้งก์มาหน้านี้:


ลิ้งก์สำหรับเว็บบอร์ดแบบ phpbb:


Bookmark and Share

---------------------------------

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง/คล้ายกัน

Comments OffTags: ·····

ASUS P565

February 12th, 2009 · โทรศัพท์มือถือ & PDAs

asus-p565

ASUS P565 เป็นโทรศัพท์ PDA phone ที่ใช้ระบบ windows mobile ซึ่งรุ่นนี้มี processor ที่เร็วที่สุด และยังไม่มีใครแซงได้ จึงเรียกได้ว่า ASUS P565 เป็น windows mobile phone ที่ทำงานได้เร็วที่สุดในโลกขณะนี้

แต่อย่าิเข้าใจผิด เราไม่ได้บอกว่ามันเป็น PDA-phone ที่เร็วที่สุด เพราะเราเปรียบเทียบกับ windows mobile phone ด้วยกันเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ASUS P565 มาพร้อมกับ processor ความเร็ว 800 MHz เรียกได้ว่าไวกว่ารุ่นอื่น ๆ ของคู่แข่งหลายเท่านัก

สิ่งที่ให้มาพร้อมกับเครื่อง

* ตัวเครื่อง ASUS P565
* AC adapter
* ซองหนังสุดเท่
* Battery (1300mAh)
* CD การใช้งาน และ Bonus CD
* mini-USB cable
* Wired headset
* คู่มือ

การออกแบบ ASUS P565

ASUS ได้ใช้ความพยายามในการพัฒนาการออกแบบเจ้า P565 อย่างเห็นได้ชัด ประการแรกหากมองจากด้านหน้าแล้วเจ้า P565 นี้มี “look” ที่ดูเป็น business PDA ส่วนทาง้ดานหลักจะมีส่วนที่เป็นแถบหนัง ซึ่งมีคุณภาพดีปิดอยู่ ทำให้โทรศัพท์มือถือเครื่องนี้มีความโดดเด่นขึ้นมาทันที เรียกได้ว่าเพิ่มความหรูหรามีระดับให้ตัวเครื่องได้มากทีเดียว

ปุ่ีมกดต่าง ๆ ของ ASUS P565

ASUS พยายามทำตามกระแสในการออกแบบปุ่ม ซึ่งทำให้ปุ่มต่าง ๆ ของ P565 ไม่ต่างจาก HTC Diamond, และ Touch HD ซัุกเท่าไหร่ ซึ่งไม่ต้องการให้มีปุ่มเยอะแยะมากมาย โดยจะมีปุ่มหลัก ๆ เป็นเพียงเจ้า D-PAD ที่อยู่ทางด้านหน้า ต่ำลงมาจากจอ Touch Screen เล็กน้อย

asus-p565-buttons

ทางด้านหน้าของเครื่องมีกล้องตัวที่สองซึ่งใช้เป็น video-camera เพื่อคุยแบบ video call ผ่าน 3G ข้าง ๆ ตัวกล้องมีไฟ LED เพื่อบอกคุยว่าขณะนั้นมีเครื่อข่ายที่รองรับการใช้งานเข้ากล้องนี้ผ่าน 3G ได้หรือไม่, และแสดงสถานะของ bluetooth กับ WiFi เช่นเดียวกัน และด้านบนของเครื่องมีปุ่ม power ด้วย

asus-p565-led

ที่ด้านล่างของเครื่องจะมีช่องเสียบ mini-USB port เืพื่อใช้ sync กับเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่น่าแปลกคือ headphone จะต้องใช้ช่อง mini-USB port เสียบเช่นเดียวกัน น่าจะทำให้ออกมารองรับช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5mm เหมือนรุ่นอื่นๆ ของคู่แข่งนะเนี่ย

asus-p565-port

ทางด้านซ้ายของเครื่อง คุณจะพบกับปุ่มควบคุมความดังของเสียง และปุ่ม GPS ทางด้านขวาของตัวเครื่องคุณจะพบปุ่มกล้องดิจิตอล ซึ่งกล้องของ P565 นี้รองรับ auto-focus ด้วยเช่นกัน

หน้าจอของ ASUS P565

หน้าจอของ ASUS P565 เป็นแบบ VGA resolution หน้าจอนี้ไม่ได้โดดเด่นไปกว่าคู่แข่งอย่าง HTC Diamond แต่อย่างใดในด้านของความคมชัด แต่หน้าจอของ ASUS P565 มีความไวในการตอบสนองที่ดีกว่า ซึ่งเป็นเพราะ Processor ที่ทำงานได้ถึง 800 MHz นั่นเอง

การเชื่อมต่อ

โดยรวม ๆ แ้ล้ว ASUS P565 ถือว่าเป็นโทรศัพท์มือถือ PDA phone ในระดับ high-end อีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งมาพร้อมกับการเชื่อมต่อที่หลากหลายพร้อมใช้งานอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็น WiFi b/g, Bluetooth 2.0+EDR, HSDPA, UMTS 2100 และ SiRF Star III GPS ซึ่งทำงานได้อย่างดีเยี่ยมไม่ผิดหวังจริง ๆ

ASUS P565 มาพร้อมกับ micro-SD slot ซึ่งสามารถใช้ SDHC ได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามเจ้า micro-SD slot นี้ซ่อนตัวอยู่ใต้ SIM-slot ซึ่งเป็นข้อเสียที่รำคาญใจอยู่เหมือนกัน และมันไม่มี hot-swap อย่างไรก็ตามคุณคงจะไม่ถอดเจ้า micro-SD การ์ด เข้า ๆ ออก ๆ ตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณต้องการที่จะถอดการ์ดเข้า-ออกบ่อย ๆ ล่ะก็ซื้อเครื่องอื่นจะดีกว่าครับ เพราะเครื่องนี้มันไม่สะดวกเอาซะเลย

ข้อเสียอีกอย่างหนึ่งในเรื่อง port ที่มีมาให้คือ ASUS P565 รองรับ USB 1.1 เท่านั้น ซึ่งถ้าคุณโอนไฟล์ประเภท MP3 ไม่กี่ไฟล์คุณคงจะไม่เห็นความแตกต่าง แต่ถ้าคุณโอนไฟล์ใหญ่ ๆ เช่นไฟล์หนังที่มีขนาดตั้งแต่ 500 MB ขึ้นไปแล้วล่ะก็คุณจะพบว่ามันโอนได้ช้าน่ารำคาญจริง ๆ

ความเร็วในการทำงานของ ASUS P565

ASUS P565 ใช้ Intel Marvel PXA930 800MHz processor ซึ่งเป็นหัวใจของตัวเครื่อง มันทำงานได้เร็วมากกว่าคู่แข่งค่ายอื่น 2-3 เท่าทีเดียว ทำให้การใช้งาน Windows Mobile เป็นไปได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้นชัดเจน อย่างไรก็ตามในรุ่นนี้ (เช่นเดียวกับ ASUS P552W) จะมี underclocking utility มาให้ด้วย เพราะว่าคุณไม่จำเป็นต้องใช้ความเร็วของ CPU เต็มสูบตลอดเวลา

โดยเจ้า underclocking utility นี้จะทำให้คุณสามารถสลับไปมาระหว่างโหมด “power-saving”, “automatic” และโหมด “turbo” ได้

วีดีโอเปรียบเทียบความไวในการทำงานระหว่าง ASUS P565 กับ HTC Diamond

---------------------------------

กรุณาใช้โค้ดข้างล่างถ้าต้องการลิ้งก์มาหน้านี้:


ลิ้งก์สำหรับเว็บบอร์ดแบบ phpbb:


Bookmark and Share

---------------------------------

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง/คล้ายกัน

Comments OffTags: ·····

LG KF900 Prada

February 6th, 2009 · โทรศัพท์มือถือ & PDAs

prada-kf900

LG Prada รุ่นก่อนนั้นเป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นที่คุณสามารถพกพาไปไหน ๆ ได้อย่างมีสไตล์และมีขนาดเล็กกระทัดรัด แต่มาคราวนี้ LG Prada ตัวใหม่มาพร้อมกับ QWERTY keyboard และมีฟังก์ชั่นการใช้งานใหม่ ๆ มากมายทีเดียว

LG KF900 Prada ตัวนี้มีเทคโนโลยีล่าสุดไม่แพ้โทรศัพท์มือถือจากค่ายของคู่แข่ง มีการอัพเดท interface ใหม่ทำให้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น LG KS900 Prada เป็นจุดเชื่อมต่อที่หายไประหว่างความเป็น “technie” และ “fashion” ของทางค่าย LG ในรุ่นนี้รองรับ HSDPA, Wi-Fi, QWERTY และ DivX

spec ของ LG KS900 Prada

* หน้าจอ touchscreen ขนาด 3 นิ้ว แสดงสีได้ 262K WQVGA resolution
* QWERTY keyboard
* กล้องดิจิตอลความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มี autofocus และ LED flash
* สามารถถ่ายวีดีโอ 720×480 resolution ได้ที่ 30 เฟรมต่อวินาที
* Quad-band GSM/GPRS/EDGE support
* Dual band 3G รองรับ HSDPA support
* Wi-Fi
* หน้าจอ interface ใช้โปรแกรม flash เป็นหลัก รองรับ multi-touch
* Bluetooth v2.1 พร้อมกับ A2DP และ USB v2.0
* microSD memory card slot (รองรับการ์ดได้สูงสุด 16GB)
* FM radio พร้อมกับ RDS
* Accelerometer sensor เพื่อใ้ช้งานในการ rotate หน้าจอ
* TV-out
* Office document viewer
* DivX video support

ข้อด้อยของ LG KF900 Prada

* การออกแบบหน้าตาเดิมๆ
* ใช้พลาสติกเป็นวัสดุ
* ไม่มี GPS
* ไม่รองรับไฟล์วีดีโอแบบ XviD video
* Multi-touch ยังใช้งานได้ไม่ดีเท่าที่ควร
* ไม่รองรับการเล่นไฟล์ flash ในตัว web browser
* คุณภาพการถ่ายวีดีโอยังทำได้่ไม่ดีนัก
* ราคาสูงเกินไปเมื่อเทียบกับฟังก์ชั่น และเทียบกับคู่แข่ง

LG KF900 Prada เปิดตัวในเวลาที่เหมาะสม สมควรแก่การ update เจ้า LG Prada ตัวก่อนซะที ในรุ่นนี้มีหลาย ๆ อย่างที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็น data transfer, การเชื่อมต่อต่าง ๆ, การทำงานด้าน multimedia และ user interface ที่ถูก upgrade จากรุ่นก่อน นอกจากนี้สิ่งที่เพิ่มมาอย่างเห็นได้ชัดคือเจ้า QWERTY keyboard

ตัว all-in-one QEWRTY keyboard นี้ทำงานสัมพันธ์กันดีกับหน้าจอ touchscreen แต่ทว่าถ้าเทียบกับคู่แข่งที่เป็น smartphone และมี QWERTY keyboard เช่นเดียวกันแล้ว LG KF900 Prada ก็ยังเป็นโทรศัพท์มือถือ smartphone ที่ยังไม่ user friendly ซักเท่าไหร่ แม้ว่ามันจะมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่คล้ายกับ XPERIA และ HTC ก็ตาม

แกะกล่อง LG KF900 Prada

LG KF900 Prada มาพร้อมกับกล้องหนังแท้สีดำสุดเท่ ช่วยเพิ่มความหรูให้กับตัวโทรศัพท์ไม่น้อย ภายในกล่องคุณจะพบกับอุปกรณ์ต่งา ๆ พร้อมทั้งตัวโทรศัพท์

โดยอุปกรณ์ต่างๆ จะประกอบด้วย ที่ชาร์จไฟ, USB-cable, ผ้าสำเร็จเช็ดทำความนะอาด, CD ที่มี software ต่าง ๆ มาให้พร้อมกับคู่มือการใช้งาน นอกจากนี้ยังมีซองหนังแท้มาให้ด้วย ซึ่งเหมือนกับกับ LG Prada ในรุ่นก่อนที่มีซองหนังแท้มาให้เช่นเดียวกัน

LG KF900 Prada มี microSD card ขนาด 1GB แถมมาให้ ซึ่งในรุ่นก่อนนั้น LG Prada แถม microSD card ขนาด 256 MB เท่านั้น และในรุ่นใหม่นี้รองรับ microSD card ได้สูงสุดถึง 16 GB เลยทีเดียว

LG ที่ได้อุปกรณ์เสริมเพื่อช่วยเพิ่มความเป็น “fashion” ให้กับโทรศัพท์เครื่องนี้มากยิ่งขึ้นคือ LG Prada wristwatch ซึ่งเป็นนาฬกิกา bluetooth เพื่อใช้งานกับตัวเครื่อง LG KF900 Prada โดยนาฬิกาตัวนี้จะเรียกว่า “Prada Link”

อย่างที่เห็นจากในภาพว่านาฬิกา bluetooth ตัวนี้นั้นสามารถดูการทำงานของโทรศัพท์ LG KF900 ได้ไม่ว่าจะเป็นการแสดงรายการโทรเข้า โทรออก หรือแม้กระทั้งการอ่าน SMS ก็ทำได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้มันยังกันน้ำได้อีกด้วย คุณจึงมั่นใจได้ว่าจะไม่พลาดการติดต่อ แม้ว่าคุณกำลังว่ายน้ำอยู่ในสระก็ตาม!

การออกแบบ LG KF900 Prada

ในรุ่นใหม่นี้มีการออกแบบ interface ใหม่แต่การออกแบบภายนอกนั้นไม่มีอะไรแปลกใหม่แต่อย่างใด เพราะในรุ่นใหม่นี้มีการออกแบบที่มีหน้าตาไม่ต่างไปจากเดิมเลย จะต่างก็แค่มันมีขนาดใหญ่ขึ้นเพราะมันมี QWERTY keyboard มาให้ด้วย

ถ้ามองจากด้านหน้าของตัวเครื่อง LG KF900 Prada คุณจะไม่สามารถบอกได้เลยว่ามันแตกต่างจากรุ่นก่อนอย่างไร แต่ในรุ่นใหม่นี้มีกล้องด้านหน้ามาให้ด้วย ซึ่งสามารถใช้งานเป็น video call camera ได้ อันนี้เป็นจุดต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ทางด้านหน้าของตัวเครื่อง

ส่วนที่เป็นสีดำ และสีเงินของตัวเครื่องตัดกันได้อย่างลงตัวสวยงาม ตัวเครื่องทำจากพลาสติกทั้งหมด รวมทั้งส่วนที่เป็นสีเงินด้วยแม้ว่ามันจะดูเหมือนโลหะก็ตาม

หน้าจอของ LG KF900 Prada มีขนาด 3 นิ้วและเป็นแบบ touchscreen ซึ่งเป็นไปตามกระแสนิยมที่มีผู้ปลุกกระแสคือ iPhone โดยเจ้า LG KF900 Prada นี้สามารถใช้งานตัว touchscreen ได้โดยการใช้นิ้วจิ้มเท่านั้น ไม่รองรับการใช้ปากกา stylus หรือใช้เล็กกด แม้จะเป็นสิ่งรำคาญใจสำหรับผู้ใช้งานที่คุ้นเคยกับการใช้ปากกา stylus อยู่บ้าง แต่สำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับ iPhone แล้วคงจะใช้งานเจ้าเครื่องนี้ได้ไม่ยาก อย่าลืมว่าการใช้นิ้วกดบน touchscreen ของโทรศัพท์ที่รองรับแบบนี้ หน้าจอ touchscreen จะมีความไว และการตอบสนองที่ดีกว่าโทรศัพท์มือถือที่รองรับแต่การกดด้วย stylus

หน้าจอของ LG KF900 Prada มี resolution เท่ากับ 240 x 400 pixel ไม่ต่างจากรุ่นก่อน ทางด้านล่างของ screen จะมีปุ่มควบคุมตัวเครื่องอยู่สองสามปุ่ม ซึ่งเป็นปุ่มพื้นฐานคือ กดโทรออก-รับสาย และปุ่ม Power

ปุ่มที่อยู่ต่ำลงมาจากหน้าจอ touchscreen มีปุ่มหนึ่งที่น่าใจใจคือปุ่ม Launcher/Multitasking Key ซึ่งปุ่มนี้ัเมื่อกดไปแล้วคุณจะสามารถเปิด tab menu ต่าง ๆ ขึ้นมาทำงานพร้อม ๆ กันได้

โดยเจ้าปุ่มนี้จะทำงานร่วมกับ Task Manager เพื่อให้คุณสามารถกลับไปสู่หน้า home screen ได้โดยไม่จำเป็นต้องปิดโปรแกรมใด ๆ ที่กำลังใช้งานอยู่ในขณะนั้น นอกจากนี้คุณสามารถใช้งาน Java applicationn หลาย ๆ ตัวพร้อมกันได้ด้วย

ช่องเสียบ microSD card นั้นจะอยู่ทางด้านขวาของตัวเครื่อง ซึ่งมีฝาปิดป้องกันฝุ่นมาให้ด้วย นับเป็นข้อดีอีกอย่างหนึ่งที่โทรศัพท์มือถือหลาย ๆ ค่ายมองข้าม

ข้างๆ  ช่องเสียบ microSD คุณจะเห็นปุ่ม shutter key ซึ่งคุณสามารถกดใช้งานเพื่อเรียกใช้กล้องดิจิตอล และใช้เป็นปุ่ม shutter ในการถ่ายภาพได้ด้วย โดยตัวกล้องจะมีระบบ auto-focus มาให้ ปุ่ม shutter นี้จะทำงานเป็นสอง step หากคุณต้องการให้ auto-focus ทำงานคุณสามารถกดปุ่มลงไปครึ่งหนึ่งเพื่อทำการ focus จากนั้นจึงค่อยกดปุ่ม shutter ให้สุดเพื่อทำการถ่ายภาพ

ด้านบนสุดของตัวเครื่องคุณจะเห็นที่เสียบสายชาร์จและหูฟัง ซึ่งมีที่ปิดป้องกันฝุ่นปิดอยู่

ด้านหลังของตัวเครื่องเป็นพลาสติกสีดำล้วน และมีกล้องดิจิตอลความละเอียด 5 ล้านพิกเซลอยู่ ข้อเสียอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือตัวกล้องไม่มีที่ปิดเลนส์ป้องกันรอยขีดข่วน

แบตเตอรี่ของ LG KF900 Prada นี้สามารถใช้งานได้ยาวนาน ตัวแบตเตอรี่เป็นแบบ 950 mAh คุณสามารถใช้งานได้ประมาณ 2 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

---------------------------------

กรุณาใช้โค้ดข้างล่างถ้าต้องการลิ้งก์มาหน้านี้:


ลิ้งก์สำหรับเว็บบอร์ดแบบ phpbb:


Bookmark and Share

---------------------------------

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง/คล้ายกัน

Comments OffTags: ··

LG KS360

January 22nd, 2009 · โทรศัพท์มือถือ & PDAs

lg-ks360

LG KS360 เป็นโทรศัพท์ที่มีสีสันสะดุดตา มีปุ่ม key และปุ่ม control ต่างๆ ที่ออกแบบมาได้โดดเด่น เรียกได้ว่าโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้มี “บุคลิก” ในตัวเองที่น่าสนใจ แต่ดูจากด้านการออกแบบแล้ว เข้าใจว่า LG KS360 เน้นกลุ่มตลาดวัยรุ่นมากกว่า มันเหมือนของเล่นมากกว่าเป็นโทรศัพท์เพื่อใช้งานด้านธุรกิจเต็มรูปแบบ แม้ว่ามันจะมีประสิทธิภาพที่เอื้ออำนวยการใช้งานด้านธุรกิจก็ตาม

LG KS360 มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่มากมาย ตัวโทรศัพท์ใช้หน้าจอ 2.4 นิ้ว แบบ touch screen มี QWERTY keyboard และกล้องดิจิตอลสองล้านพิกเซล

LG KS360 เป็นโทรศัพท์ระดับกลาง ไม่ใช่ high-end หรือ low-end เรียกว่าอยู่ตรงกลาง แต่ประสิทธิภาพการทำงานถือว่าดีเหมาะสมกับ spec ของมัน ไม่ทำให้ผิดหวัง

LG KS360 มีให้เลือกหลายสีคือ ดำ, แดง, ดำ-เงิน, ขาว, ชมพูอ่อน, ไททาเนียม และสีฟ้าอ่อน

Spec ของ LG KS360

  • รองรับ GSM/GPRS/EDGE
  • หน้าจอขนาด 2.4″ TFT display และเป็น QVGA resolution
  • Full slide-out QWERTY keyboard มีระบบ screen rotation
  • Touchscreen dialing
  • กล้องดิจิตอล 2 ล้านพิกเซล
  • Stereo Bluetooth
  • FM radio
  • microSD memory card slot (ใส่ได้สูงสุด 4GB)
  • มีระบบ gallery รูปภาพแบบสามมิติ
  • Office document viewer

ข้อด้อยของ LG KS360

  • ไม่รองรับ UMTS
  • กล้องดิจิตอลไม่มีautofocus
  • การถ่ายวีดีโอให้ความละเอียดต่ำ เหมาะกับใช้ส่ง MMS เท่านั้น
  • การจัดการ file manager ทำได้ไม่ค่อยดีและ user ไม่สามารถสร้าง folder ของตัวเองได้
  • phonebook ค่อนข้างซับซ้อนต้องกดหลายทีจึงจะเข้าสู่ contact list
  • ไม่มีระบบ smart dialing
  • FM radio ไม่รองรับ RDS
  • web browser ค่อนข้างแย่
  • music player เป็นแบบธรรมดาพื้น ๆ

สำหรับกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นวัยรุ่ืน และชอบพิมพ์ SMS เป็นชีวิตจิตใจ น่าจะชอบเครื่องนี้เพราะมันมีสีสันที่สดใส มี QWERTY keyboard ทำให้พิมพ์ได้สะดวก และปุ่มต่าง ๆ บนตัว keyboard ออกแบบมาได้ดีแปลกตาทีเดียว โทรศัพท์มือถือเครื่องนี้สามารถใช้งานกับ social community ต่าง ๆ ได้ดีไม่ว่าจะเป็น MySpace, Bebo, หรือ Facebook

lg-ks360-2

แกะกล่อง LG KS360

lg-ks360-unbox

เมื่อแกะกล่อง LG KS360 ออกมาจะพบกับอุปกรณ์ที่แถมมาให้คือ ที่ชารจ์, ชุดหูฟัง, สาย data cable ไม่มี memory card ซึ่งเป็นจุดด้อยอย่างหนึ่ง เพราะโทรศัพท์มือถือสมัยนี้มักจะแถม memory card มาให้ด้วย

การออกแบบ  LG KS360

โดยรวมแล้ว LG KS360 เป็นโทรศัพท์ที่มีขนาดเล็ก และมีสีสันสดใสสวยงาม ซึ่งเจาะกลุ่มลูกค้าอายุน้อย วัดขนาดของเครื่องได้ 101.5 x 51 x 16.8 mm ดังนั้นแม้จะเป็นโทรศัพท์มือถือประเภท compact แต่ก็ไม่บางซักเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามมันก็ยังมีขนาดที่พกพาได้สะดวก

ตัวเครื่องของโทรศัพท์เครื่องนี้ มีขอบที่โค้งมล ด้านหน้ามีจอขนาดใหญ่ถึง 2.4 นิ้วเป็นจอแบบ QVGA resolution เป็นระบบ touchscreen

ต่ำลงมาด้านหน้าของเครื่องมีปุ่มควบคุมหลายปุ่ม ปุ่มเหล่านี้ออกแบบมาให้มีลักษณะกลม ซึ่งแปลกตา และสวยไปอีกแบบ การกดเพื่อใช้งานปุ่มควบคุมทำได้ง่าย และมีผิวสัมผิสพร้อมทั้งการตอบสนองการกดที่ดีมาก

ในส่วนของปุ่มควบคุมต่าง ๆ นี้จะมีปุ่มสำหรับกดเพื่อเรียก phone dialer ขึ้นมาใช้งาน จากนั้นต้องกดโทรออกผ่านหน้าจอ touchscreen

เมื่อทำการสไลด์ตัว QWERTY keyboard ออกมา จะเห็นว่าตัว keyboard จัดวางไว้ในแนว landscape โดยบนตัว keyboard นี้จะมีปุ่มควบคุมตัวเครื่องด้วยเช่นกัน ดังนั้นในขณะที่คุณใช้งาน keyboard คุณไม่จำเป็นต้องกลับไปใช้ปุ่มควบคุมด้านหน้าของตัวเครื่อง

LG KS360 มี QWERTY keyboard ที่ยอดเยี่ยม มีระยะห่างระหว่างปุ่ีมที่ดี ทำให้กดง่ายไม่เหมือน QWERTY keyboard ของเครื่องอื่นๆ ปัญหาเพียงอย่างเดียวก็คือเรื่องแสง back light ของ keyboard ที่เราคิดว่ายังทำได้ไม่ค่อยดีนัก

ปุ่มต่าง ๆ บน QWERTY keyboard จะใช้ back light สีฟ้า แต่ปุ่มตัวเลขและปุ่มเครื่องหมาย punctuation ต่าง ๆ จะใช้ back light สีส้ม ที่จริงไฟสีฟ้าไม่ได้ช่วยให้การมองเห็นปุ่มต่าง ๆ บน keyboard ทำได้ดีในที่มืด แต่ในที่ใช้แสงสีส้ม ถือว่าทำได้ดี

ปัญหาเกี่ยวกับ back light สีฟ้าที่ว่านี้ทำให้เวลาคุณพิมพ์ SMS ในที่แสงน้อย หรือในที่มืด จะพิมพ์ได้ไม่เร็วนักเพราะคุณมองเห็นไม่ค่อยชัดนั่นเอง

แต่ปัญหาเกี่ยวกับ back light สามารถหมดไปได้ถ้าคุณไม่ซื้อ LG KS360 ตัวที่เป็นสีฟ้า เพราะถ้าซื้อตัวที่ keyboard เป็นสีอื่นแล้ว ตัว back light ที่เป็นสีฟ้า จะแสดงได้ชัดขึ้น มีสีที่ตัดกัน ทำให้มองหาปุ่มต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น

ตัว microSD card slot และ ตัว universal port ที่ใช้สำหรับเสียบสายชาร์จ, headphone และ data cable จะอยู่ทางด้านขวาของเครื่อง

lg-ks360-right

ทางด้านซ้ายของตัวเครื่องมีปุ่มควบคุม volume และปุ่ม shutter ของกล้องดิจิตอล

lg-ks360-left

ที่ด้านบนและด้านล่างของเครื่องไม่มีปุ่มใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ที่บ้านบนมีที่กดเปิดฝาปิดแบเตอรี่อยู่ และด้านล่างมีช่องไมค์ หรือ mouthpiece

lg-ks360-top

lg-ks360-bottom

เมื่อถอดฝาแบตเตอรี่ออกมา ข้างในจะมีแบตเตอรี่แบบ 800 mAh Li-Ion ซึ่งทาง LG กล่าวว่า LG KS360 สามารถรองรับ talk time ได้นานสูงสุด 5 ชั่วโมง และมี standby time นานสูงสุด 430 ชั่วโมง ซึ่งทั้ง talk time และ standby time สามารถทำได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยในโทรศัพท์มือถือทั่วๆ  ไปแม้ว่า spec แบตเตอรี่จะไม่แตกต่างจากโทรศัพท์มือถือทั่วไปก็ตาม

lg-ks360-battery

โดยรวมแล้ว LG KS360 เป็นโทรศัพท์ที่ดีสำหรับตลาดขนาดกลาง มีโครงสร้างที่ดี แม้ว่าตัวโทรศัพท์จะทำจากพลาสติกเป็นหลัก แต่มีความแข็งแรงทนทานพอสมควร การออกแบบทำได้สวยงาม รวมทั้งตัว QWERTY keyboard แบบ slide ก็ทำได้ทีมาก สามารถไสลด์ออกและเข้าได้อย่างนิ่มนวม แต่ว่าแข็งแรง ตัวเครื่องมีการเคลือบสารกันเปื้อนรอยนิ้วมือ (ยกเว้นที่หน้าจอ) ตัวโทรศัพท์ไม่ได้บางซักเท่าไหร่ แต่ก็มีขนาดเล็กกระทัดรัด มีหน้าจอที่แสดงผลยอดเยี่ยม contrast ดี ซึ่งจะว่าไปก็เป็นรุ่นหนึ่งของ LG ที่มีหน้าจอดีที่สุดของทางค่าย ปุ่มกดต่าง ๆ มีผิวสัมผัสที่ดีกดง่าย และทำความคุ้นเคยได้ไม่ยาก ที่สำคัญที่สุดคือ มันเป็นโทรศัพท์มือถือที่มี QWERTY keyboard ที่ราคาถูกมาก ๆ (ไม่ถึง 7,000 บาท ณ เวลาที่เขียนบทความนี้)

---------------------------------

กรุณาใช้โค้ดข้างล่างถ้าต้องการลิ้งก์มาหน้านี้:


ลิ้งก์สำหรับเว็บบอร์ดแบบ phpbb:


Bookmark and Share

---------------------------------

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง/คล้ายกัน

Comments OffTags: ····

Sony VAIO P

January 13th, 2009 · คอมพิวเตอร์ PC & Laptop

sony-vaio-p

sony-vaio-p-3

Sony VAIO P เป็น laptop ประเภท netbook อีกรุ่นหนึ่งซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่า laptop แบบ netbook นี้จะเน้นใช้งาน internet เป็นหลัก แต่ทว่า Sony VAIO P ได้สร้างความแตกต่างของ netbook อย่างเห็นได้ชัดด้วยการเพิ่มฟังก์ชั่นการทำงานต่าง ๆ เข้าไปให้มากขึ้นเช่น mobile broadband, GPS และ instant-on mode นอกจากนี้ตัว keyboard ยังใช้งานได้ดีมากแม้ตัวเครื่องจะมีขนาดเล็กมาก ๆ ก็ตาม เรียกได้ว่า Sony VAIO P เป็น netbook ที่มีขนาดเล็กกระทัดรัดกว่าคู่แข่งมากทีเดียว แต่ก็ไม่ขาดความสามารถในการพิมพ์งานของ keyboard

จึงสามารถกล่าวได้ว่า Sony VAIO P เป็น laptop netbook แบบ premium ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นตลาดบน หรือ high-end ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบที่ดูสวยงามอย่างมาก ทันสมัย และทำให้ผู้ใช้ดูดีขึ้นมาทันตาเห็น หรือไม่ว่าจะเป็นฟังกชั่นการใช้งานที่เหลือล้นเกินความสามารถของมัน ก็ทำให้คุณ และหลาย ๆ คนอยากเป็นเจ้าของมันขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

ทว่าก็มีข้อเสียให้ติอยู่บ้างเหมือนกัน เนื่องจากมันยังคงเป็นคอมพิวเตอร์ประเภท netbook อยู่นี่เองทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของ OS อย่าง Vista ด้อยลงไป พร้อมกันนี้มันยังมีราคาเสนอขายที่แพงกว่าคู่แข่งมากอีกด้วย

การออกแบบ Sony VAIO P

Sony มีชื่อเสียงที่ดีในการทำ laptop ที่เล็กบางเพรียวและ sexy และในรุ่น VAIO P นี้เองก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของทางค่ายที่สามารถออกแบบ laptop ได้สวยงามโดดเด่นเหนือคู่แข่งมากนัก ตัวเครื่องจะยาวกว่าเครื่องของคู่แข่ง แต่จะบางและเล็กกว่ามาก โดยมีสัดส่วนตัวเครื่องอยู่ที่ 9.7 x 4.7 x 0.8 นิ้วเท่านั้น

หากนึกภาพไม่ออกจะขอเปรียบเทียบให้ฟังดังนี้ ถ้าคุณปิดหน้าจอของ Sony VAIO P ลง ขนาดของตัวเครื่องจะเท่ากับขนาด keyboard ของ Lenovo ThinkPad X200s เลยทีเดียว (เล็กมั้ยล่ะ !?) พูดง่าย ๆ คือคุณสามารถใส่เจ้า VAIO P ลงไปในกระเป๋าเสื้อสูทได้ง่าย ๆ เลยทีเดียว

แม้ว่ามันจะเล็กกระทัดรัด และสามารถพกพาได้สะดวก แต่คุณคงอยากที่จะเอาเจ้า VAIO P ออกมาอวดให้ใคร ๆ ได้เห็นความสวยงามของมันมากกว่า

Sony VAIO P มีให้เลือกมากมายหลายสีด้วยกัน คือ สีดำ, แดง, เขียว , และสีขาว

Keyboard and Pointing Stick

Sony VAIO P ถูกออกแบบมาให้มีขนาดเล็กมาก ๆ เน้นไปที่การพกพาได้สะดวก และออกแบบได้อย่างดีเยี่ยมไม่เว้นแม้แต่ keyboard โดยตัว keyboard นี้มีขนาดประมาณ 88% ของ Sony VAIO TT ซึ่งเป็น laptop ประเภท ultraportable

แม้จะออกแบบ keyboard มาได้ดีแต่ผู้ใช้งานจะต้องทำความคุ้นเคยซักระยะหนึ่ง จึงจะพิมพ์ได้คล่องเหมือนกับพิมพ์บนเครื่อง PC ช่องไฟระหว่าง key บน keyboard มีการเว้นได้ดี ทำให้ปุ่ม key แต่ล่ะปุ่มมีการแยกจากกันชัดเจน จึงทำให้กดได้ไม่พลาดบ่อยนัก

sony-vaio-p-keyboard-full

เพื่อให้ประหยัดพื้นที่มากยิ่งขขึ้น Sony ได้เปลี่ยนวิธีการใช้งาน touchpad ที่ใช้เป็น mouse ใหม่ โดยจะใช้สิ่งที่เรียกว่า pointing stick แทน ซึ่งอุปกรณ์ที่ว่านี้จะอยู่ตรงกลาง keyboard จากการทดสอบเจ้า pointing stick นี้สามารถทำงานได้ดี และใช้งานได้ง่ายดีทีเดียว คุณสามารถใช้งานเจ้า pointing stick ได้โดยไม่ต้องหันมามองที่ keyboard ซึ่งคุณสามารถปรับ pointer speed ให้ cursor ทำงานได้ไวขึ้นตามความต้องการ

ความสามารถอีกอย่างหนึ่งของ pointing stick คือมันรองรับการทำงานแบบ press-to-select คุณสามารถกดลงที่ตัว stick เพื่อ “คลิ๊ก” ได้เลยโดยไม่ต้องไปกดปุ่ม mouse ใด ๆ อย่างไรก็ตามเราไม่ขอแนะนำให้ใช้การทำงานแบบ press-to-select นี้ เพราะคุณจะคลิ๊กพลาดบ่อยครั้ง และเปิด link ต่าง ๆ บนเว็บ รวมทั้งโปรแกรมต่าง ๆ ขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ ทำให้เกิดความรำคาญได้ ซึ่งคุณสามารถไปที่ set up และปิดการทำงาน press-to-select ได้

sony-vaio-p-keyboard

ต่ำลงมาจาก keyboard คุณจะเห็นปุ่มยาว ๆ แบน ๆ สองปุ่มซึ่งใช้งานเป็นปุ่ม mouse button ทั้งสองปุ่มตอบสนองการกดได้ดีเยี่ยม และไม่มีเสียงใด ๆ เมื่อทำการกด ทางด้านขวาถัดจาก mouse button ทั้งสองตัวยังมีปุ่มอื่นๆ  ให้ใช้งานอีกคือปุ่มเรียก windows และปุ่มเรียก VAIO Media Plus software ขึ้นมาทำงาน

ตัว VAIO Media Plus software นี้สามารถเรียกใช้งานได้ทั้งขณะเปิดเครื่อง หรือปิดเครื่องอยู่ เรียกได้ว่าแม้คุณจะปิดเครื่องแล้ว ก็ยังสามารถฟังเพลง หรือเล่นโปรแกรมพวก multimedia ได้

Port และ Slot ต่าง ๆ

เนื่องจาก Sony VAIO P เน้นความบางเฉียบ ดังนั้นจึงไม่มี port และ slot มาให้หลายตัวนัก โดยด้านหน้าของเครื่องจะมีช่องเสียบ SD Card และ Memeory Stick รวมทั้งมีปุ่มเปิด/ปิด การทำงานของ Wireless

ด้านซ้ายของตัวเครื่อง VAIO P จะมีช่องเสียบสายไฟ power jack ช่องเสียบ USB port จำนวนทั้งสิ้น 1 ช่อง และช่องเสียบหูฟัง ทางด้านขวาของตัวเครื่องจะมีช่องเสียบ USB port มาให้อีกหนึ่งช่อง และด้านขวาของตัวเครื่องยังมีช่องเสียบ docking สำหรับ Sony โดยเฉพาะ ส่วนด้านหลังของตัวเครื่องนั้นว่างเปล่า ไม่มีช่องเสียบใด ๆ ทั้งสิ้น

การทำงานของ Display และ Audio

ครั้งแรกที่เราทราบข่าวว่า VAIO P จะใช้หน้าจอ display ขนาด 8 นิ้ว และมี resollution 1600 x 768-pixel นั้นเราคิดว่าหน้าจอขนาดเล็กแบบนี้ต้องใช้งานยากอย่างแน่นอน ขนาดแค่ 8 นิ้ว ??? จะไปมองอะไรเห็น? แต่จากการทดสอบกลับเป็นว่าหน้าจอนี้สามารถใช้งานได้ดี และไม่ต้องปวดตาเนื่องจากการเพ่งมองตัวอักษรเล็ก ๆ แต่อย่างใด ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะหน้าจอของ Sony VAIO P จะกว้างเป็นพิเศษ หรือที่เรียกว่า ultra-wide XBRITE-ECO display ซึ่งหน้าจอนี้ยังช่วยถนอมสายตา เนื่องจากเวลาคุณใช้คอมพิวเตอร์ที่หน้าจอเล็กแบบนี้ คุณจะต้องมองใกล้ๆ กับหน้าจอซักนิดหนึ่งจึงจะเห็นถนัด

หน้าจอของ Sony VAIO P ให้ความคมชัด สีมีความสด และมีมุมสายตาในการมองที่ดี สามารถให้ภาพที่ชัดเจนแม้จะมองจากด้านข้างของหน้าจอ และสามารถใช้งานได้ดีทั้งในแนวตั้ง และในแนวนอน

แม้จะมีคุณภาพของหน้าจอที่ดีแบบ hi-resolution ก็ตาม แต่ทว่าจากการทดสอบ Internet Explorer ในการเปิดเว็บไซด์แล้วต้องขอบอกว่า ตัวหนังสือเล็กและดูไม่ค่อยสะดวกเอามาก ๆ ซึ่งปัญหาตัวหนังสือที่เล็กเกินไปนี้ทาง Sony ก็มีทางออกมาให้นั่นคือการใช้ keyboard short cut ต่าง ๆ เพื่อทำการ zoom in หรือ zoom out ซึ่งการใช้งานนี้ไม่ทำให้เสียความคมชัดของภาพแต่อย่างใด

sony-vaio-web-view

ระบบ Instant-on mode

เนื่องจาก spec การทำงานของเครื่องไม่เอื้ออำนวยต่อระบบ OS ของ Vista ซักเท่าไหร่ ทำให้การ boot เครื่องทำได้ช้ามาก และการ resume จาก hibernate ก็ช้ามากเช่นเดียวกัน ดังนั้น Sony VAIO P จึงมี “one-button quick boot” มาให้เพื่อแก้ปัญหาตรงนี้โดยเฉพาะ ซึ่งเมื่อคุณกดปุ่ม quick boot ที่ว่านี้ระบบจะตัดเข้าสู่ Linux environment ทันที โดยจะทำงานร่วมกับ Sony’s slick Xross Media Bar interface (ชื่อยาวมาก) เมื่อกดปุ่ม quick boot แล้วตัวเครื่อง Sony VAIO P จะใช้เวลาในการ boot เครื่องแค่ 18 วินาทีเท่านั้น ระบบการ boot เครื่องอย่างรวดเร็วด้วยการกดปุ่ม quick boot นี้เรียกรวม ๆ ว่าระบบ Instant-on mode

เมื่อเข้าสู่ Instant-on mode คุณจะเห็น menu สำหรับปฏิทิน และนาฬิกาอยู่ทางด้านขวาด้านบน และด้านขวาด้านล่าง แสดงร่วมกับ battery meter และตัวแสดงสัญญาณ Wi-Fi

ในโหมดนี้เป็นการทำงานที่ใช้ระบบ Linux เป็นหลัก คุณสามารถตั้งค่า User, Setting ต่าง ๆ , Photo, Music, Video และใช้งาน Internet ผ่าน Mozilla Web browser นอกจากนี้ยังสามารถใช้งาน Skype และ Instant Messenger ได้อีกด้วยโดยไม่จำเป็นต้อง boot เจ้า Vista ขึ้นมาใช้งานให้เสียเวลา และถ้าหากคุณต้องการกลับไปใช้ Windows คุณสามารถไปที่ option ที่ User menu และเลือกเปลี่ยนระบบ OS ในการใช้งานหรือ shut down เครื่องได้ทันที

ในการเชื่อมต่อผ่าน wireless ใน Instant-on mode นี้ การทำงานจะค่อนข้างซับซ้อนซักนิดหนึ่ง โดยระบบจะต้องทำการ scan หา network ที่สามารถใช้งานได้ เมื่อเจอแล้วคุณสามารถทำการเชื่อมต่อตามปกติ แต่สิ่งที่ทำให้มันยุ่งยากมากกว่าปกติก็คือ หลังจากที่ทำการเชื่อมต่อเรียบร้อยแล้วจะมีหน้า screen ต่าง ๆ ขึ้นมาหลายตัวไม่ว่าจะเป็น Setting Method, DNS Setting และ Proxy Server ดังนั้นหากคุณเป็นมือใหม่สำหรับโลก wireless แล้วล่ะก็คุณอาจจะสับสนได้ง่าย ๆ วิธีการแก้ปัญหานี้ก็คือให้คุณทำการ skip ผ่านหน้า screen เหล่านี้ไปให้หมด

ที่แย่ที่สุดคือเมื่อคุณทำการ scan network เพื่อหา network ในการเชื่อมต่อ หรือที่เรียกว่า available network ระบบจะไม่บอกคุณว่า network ไหนเป็น password protected หรือไม่ สิ่งเดียวที่มันแสดงก็คือ signal strength ซึ่งเป็นข้อเสียของการใช้งานใน Instant-on mode

การใช้งาน GPS ในเครื่อง Sony VAIO P

ถ้าจะพูดกันตรง ๆ แล้ว Sony VAIO P ก็คือ netbook เครื่องแรกที่นำเอา GPS มาไว้ในเครื่อง ทำให้ผู้ใช้งานสามารถ track หรือตรวจสอบตำแหน่งแบบ real time ได้

sony-vaio-p-gps

Sony VAIO P ใช้ระบบ GPS ทำงานร่วมกับโปรแกรม Microsoft Strees & Trips 2009 ซึ่งมี user interface ที่เราไม่ปลื้มเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะผู้ใช้งานที่เคยใช้ GPS navigation system อย่าง Garmin หรือ Mio มาแล้วคงจะไม่ประทับใจกับ GPS user interface ของ Sony VAIO P ที่ใช้งานร่วมกับโปรแกรมดังกล่าวซักเท่าไหร่

อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการที่จะนำ Software ของ Garmin หรือ Mio มาลงคุณก็สามารถทำได้ โดยลงกับ OS ของ Microsoft Vista ที่มากับต้ัวเครื่อง

Sony VAIO P มีระบบ SmartWi Connection utility ที่คุณสามรถเรียกการใช้งาน GPS และสลับการทำงานนี้กับการเชื่อมต่อ internet ผ่าน mobile broadband, Wi-Fi และ Bluetooth โดยรวมๆ แล้วการทำงานของ GPS บนเครื่อง Sony VAIO P นั้นค่อนข้างที่จะช้า โดยใช้เวลาประมวลผลช้าที่สุดประมาณ 2 ถึง 2.5 นาทีด้วยกัน

ถ้าจะสรุประบบ GPS บนเครื่อง Sony VAIO P แล้วก็คงต้องบอกว่า มันทำงานช้ามาก และใช้ user interface ที่ยุ่งยากใช้งานไม่สะดวก สู้การทำงานของระบบ GPS บน smart phone ไม่ได้

ประสิทธิภาพการทำงานของระบบประมวลผล

Sony VAIO P ใช้ CPU ไม่ต่างจาก netbook ของค่ายอื่นคือใช้ Intel Atom processor ซึ่งทำให้การใช้ระบบ Vista เป็นเรื่องหนักมากสำหรับ CPU ตัวนี้้ spec ของ CPU คือ 1.33-GHz Intel Atom Z520 CPU

อย่างไรก็ตาม Sony ให้ RAM มาทั้งหมด 2 GB จึงเป็นการช่วยเหลือการทำงานของ CPU ได้มากอยู่เหมือนกัน

จากการทดสอบ ระบบสามารถใช้งานด้าน Web surfing, e-mail, word processing ได้ดีแต่การใช้งาน software บางตัวทำได้ช้ามาก ยกตัวอย่างเช่นถ้าคุณเปิดไปที่ Control Panel โดยใช้ Windows Live OneCare จะใช้เวลาในการเปิดประมาณ 12 วินาที ซึ่งถือว่านานเกินไป และเวลาปิดโปรแกรมต่าง ๆ หน้าจอของเครื่องจะค้างนิด ๆ เหมือนมันยากมากที่จะปิดหน้าแสดงผลของโปรแกรมนั้น ๆ และมีอาการค้างนิด ๆ ของหน้าจอให้เห็นเมื่อคุณ drag หน้าต่าง windows ไปรอบ ๆ screen

Hard Drive

ในตัวที่ใช้ 64GB SSD เจ้า Sony VAIO P สามารถ boot เข้าสู่ Vista ได้ภายใน 1 นาที ซึ่งใช้เวลาเร็วกว่า netbook บางตัว ประมาณ 1-2 วินาที และระบบใช้เวลาในการ shut down ประมาณ 34 วินาที แต่ถ้านำมาเทียบกับคู่แข่งอย่าง Samsung netbook ที่ใช้ 64GB SSD เหมือนกันแล้วต้องบอกว่า Samsung ทำได้ไวกว่ามาก

ความร้อนของเครื่อง

เนื่องจาก Sony VAIO P มีขนาดเล็กมาก ดังนั้นเราคงไม่สามารถคาดหวังระบบทำความเย็นอะไรได้มากนัก เมื่อคุณใช้ Sony VAIO P คุณจะรู้สึกได้ถึงความร้อนที่ออกมาตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ส่วนล่างด้านซ้ายของตัวเครื่อง

ความร้อนของตัวเครื่องนี้สัมผัสได้แม้คุณจะแค่จัุบส่วนบนของตัวเครื่องก็ตาม ซึ่งมันจะรู้สึกอุ่นๆ หรือร้อนกว่า netbook โดยทั่วไปในท้องตลาด

ประสิทธิภาพการทำงานของ Wi-Fi และ EV-DO

ต่างจาก netbook ของค่ายอื่น Sony VAIO P ใช้ Intel Wi-Fi card และ Atheros 802.11b/g/n adapter จากการทำสอบตัวเครื่องสามารถใช้งาน Wi-Fi ได้ดีมากในทุก range ของคลื่น

เมื่อทำการเชื่อมต่อผ่าน open network ที่ไม่จำเป็นต้องใส่ password ซึ่งมีความแข็งแรงของคลื่น หรือ signal strength 3/5 เว็บไซด์อย่าง New York Times และ CNN สามารถโหลดได้ภายในเวลาประมาณ 8 วินาที และเว็บไซด์ที่มี graphic มากหน่อยอย่าง Hulu.com ใช้เวลาในการโหลดประมาณ 12 วินาที

Sony VAIO P ยังสามารถเชื่อมต่อ mobile connectivity ผ่านเครือข่าย EV-DO ได้อีกด้วย

การทำงานของแบตเตอรี่

Sony VAIO P มีแบตเตอรี่ตัว standard แบบ lithium-polymer สามารถใช้งานได้ 4 ชั่วโมง และถ้าคุณซื้อแบตเตอรี่ของ VAIO P ที่เป็นตัว extend-battery คุณก็จะได้แบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้นาน 8 ชั่วโมง

สรุป spec ของ Sony VAIO P

sony-vaio-p-4

sony-vaio-p-spec

---------------------------------

กรุณาใช้โค้ดข้างล่างถ้าต้องการลิ้งก์มาหน้านี้:


ลิ้งก์สำหรับเว็บบอร์ดแบบ phpbb:


Bookmark and Share

---------------------------------

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง/คล้ายกัน

Comments OffTags: ······

Samsung i7110

January 12th, 2009 · โทรศัพท์มือถือ & PDAs

samsung-i7110

Samsung i7110 ใช้ระบบ Symbian ที่พัฒนาต่อมาจาก Samsung Soul ตัวเครื่องทำจากวัสดุที่เป็นโลหะ แข็งแรงทนทาน และดูดีในเรื่องของแฟชั่น ตัวเครื่องมาพร้อมกับ GPS, Wi-Fi และระบบ Symbian OS ล่าสุด มีหน้าจอขนาดใหญ่ สามารถรับสัญญาณวิทยุได้ spec โดยรวมถือว่าดีมาก

spec ของ Samsung i7110

* ระบบปฏิบัติการ Symbian 9.3 OS, S60 3.2 UI (FP 2)
* กล้องดิจิตอลความละเอียด 5 megapixel autofocus ใช้ dual-LED flash
* กล้องดิจิตอลมี wide dynamic range, anti-shake, geo-tagging, face, smile และ blink detection
* ถ่ายวีดีโอแบบ VGA ที่ 30 fps สามารถถ่ายแบบ slow motion ได้สองโหมด
* มีกล้องตัวที่สองอยู่ด้านหน้า ใช้สำหรับ video call ผ่านระบบ 3G
* Wi-Fi และ DLNA support
* ตัวรับสัญญาณ GPS และ A-GPS
* หน้าจอขนาด 2.6 นิ้ว แสดงสีได้ 16 ล้านสี QVGA resolution
* ตัวรับสัญญาณ FM
* Optical trackpad navigation
* microSD card slot
* มิติของตัวเครื่อง 118 x 52 x 12.9mm
* น้ำหนัก 125g
* 1200 mAh Li-Ion battery
* 3G และรองรับ HSDPA
* สามารถเล่นไฟล์ประเภท DivX และ XviD ได้

Samsung i7110 ถือได้ว่าเป็นโทรศัพท์มือถือที่มีลูกเล่นครบครัน เรียกได้ว่าครบทุกอย่างที่เราต้องการเลยทีเดียว ที่สำคัุญ i7110 สามารถทำงานด้า่น multimedia ได้ดีมาก ทั้งยังมีกล้องดิจิตอลที่ความละเอียดสูงถึง 5 ล้านพิกเซล และมีคุณภาพการถ่ายวีดีโอที่ดีเยี่ยม

ถ้าเทียบกับโทรศัพท์มือถือที่ออกแบบทรง bar-shaped ด้วยกันแล้วก็คงต้องนำเจ้า Samsung i7110 ไปเปรีบบเทียบกับ Nokia N82 และ Nokia N79 นอกจากนี้ยังมีโทรศัพท์มือถือคู่แข่งที่เป็นรุ่นฝาสไลด์อีกคือ Nokia N95, N96 และมือถือจากค่ายเดียวกันคือ Samsung INNOV8

การออกแบบ Samsung i7110

Samsung i7110 มีขนาดที่เหมาะมือ ไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป มีความบางของตัวเครื่องที่เป็นจุดเด่น เทียบกับคู่แข่งอย่าง Nokia N82 แล้วต้องบอกว่า Samsung i7110 บางกว่าประมาณ 5 mm เลยทีเดียว

น้ำหนักของ Samsung i7110 นั้นหนักแค่ 125g ซึ่งถือว่าเบามากเมื่อเทียบกับ spec ที่ให้มาพร้อมกับตัวมือถือเครื่องนี้ อย่างไรก็ตาม i7110 ใช้วัสดุที่ทำจากโลหะ ทำให้น้ำหนักของมันหนักขึ้นด้วย แต่ก็ดีกว่าโทรศัพท์ที่ใช้วัสดุเป็นพลาสติก เรียกได้ว่าโทรศัพท์เครื่องนี้มีความทนทานมาพร้อมกับความสวยงาม เรียกได้ว่าถือแล้วไม่ “look cheap” ครับ

หากจะพูดถึงเรื่องการออกแบบของเจ้า Samsung i7110 กันจริง ๆ แล้วก็เหมือนกับมันเป็นรุ่นที่พัฒนามาจาก Samsung U800 Soul อีกที แต่มีการเพิ่ม spec ให้สูงขึ้นไปมากทีเดียว หากคุณเคยสัมผัสเ้จ้า Soul มาแล้ว คุณก็คาดเดาได้ไม่ยากกับ user interface รูปลักษณ์ และการใช้งานโดยพื้นฐานของเจ้า i7110 เรียกได้ว่าไม่ผิดหวังครับ

มองจากด้านหน้าของตัวเครื่อง i7110 ซึ่งเป็นทรง bar-shaped จะเห็นหน้าจอขนาด 2.6 นิ้วแสดงสีได้ 16 ล้านสีแบบ QVGA resolution หน้าจอที่ว่านี้สามารถแสดงภาพได้อย่างยอดเยี่ยม มีความคมชัดสูง และใช้งานได้ดีแม้จะใช้ในที่แสงแดดจ้า contrast ของจอก็ยอดเยี่ยมคมชัดสะดุดตา สีของภาพที่แสดงบนหน้าจอมีความสด และสว่างอยู่ในระดับที่ดีมาก พูดง่ายๆ คือหน้าจอของ Samsung i7110 ถือว่าเป็นหน้าจอที่ดีที่สุดของโทรศัพท์มือถือค่าย Samsung เลยทีเดียว

Samsung i7110 มี D-pad ที่ดีสามารถใช้งานได้สะดวกเป็น 8-way optical trackpad คุณสามารถถู หรือลากนิ้วไปบน D-pad นี้เพื่อควบคุมการใช้งานได้ ระบบนี้ใช้งานได้ดีมากเมื่อทดลองใช้กับ web browser โดยจะสามารถใช้ D-pad เป็น mouse pointer ได้

อย่างไรก็ตามเจ้าปุ่ม function key ทั้ง 6 ปุ่มอยู่รอบ ๆ D-pad นั้นใช้งานได้ไม่สะดวกซักเท่าไหร่ กดค่อนข้างยากและกดผิดบ่อยปุ่มได้ค่อนข้างง่าย

ปุ่ม menu และ clear เป็นปุ่ม function เพียงสองปุ่ีมที่ใช้งานได้สะดวก ส่วน soft key ต่าง ๆ วางไว้เหนือปุ่ม Call และ End ถ้าจะให้สรุปการจัดวางปุ่มต่าง ๆและคุณภาพการใช้งาน ต้องขอสรุปว่ามีเพียง D-pad เท่านั้นที่ทำออกมาได้ดี ส่วนปุ่มอื่น ๆ ยังใช้งานได้ไม่สะดวกนัก

ส่วนทางด้านปุ่มตัวเลขบน keypad นั้นกินพื้่นที่ 1 ใน 3 ของด้านหน้าตัวเครื่อง การออกแบบในส่วนของ keypad ตัวเลขนั้นไม่ถือว่าดียอดเยี่ยม แต่ก็ไม่ได้แย่ซะทีเดียว เรียกได้ว่าอยู่ในระดับ “OK” เท่านั้น

อย้่างไรก็ตามปุ่มกดตัวเลขมีขนาดที่ใหญ่ กดได้ถนัด และมีเส้นแบ่งระหว่างแถวของตัวเลข ช่วยให้คลำหาตัวเลขที่ต้องการได้ง่ายโดยไม่ต้องหันหน้ามามอง สะดวกมากถ้าต้องการกดตัวเลขต่าง ๆ ขณะขับรถ

ปุ่มกดตัวเลขบน keypad แม้จะมีการแบ่งแถวและออกแบบได้พอใช้ แต่ press feedback หรือการตอบสนองการกดทำได้ไม่ค่อยดี ค่อนข้างแข็งและกดยาก ผู้ใช้งานต้องทำความคุ้นเคยซักระยะถึงจะใช้คล่อง

i7110-keypad

ด้านซ้ายของตัวเครื่อง Samsung i7110 มีปุ่มปรับเสียง volume keys และช่องเสียบ USB port ทั้งสองอย่างนี้ดูแข็งแรงทนทานดี
i7110-left

ด้านขวาของตัวเครื่อง มีช่องเสียบ microSD slot และปุ่ม shutter (camera key) สำหรับกล้องดิจิตอล พร้อมกับปุ่มเรียกใช้งาน FM transmitter ซึ่งปุ่ม FM นี้ไม่ค่อยได้เห็นโทรศัพท์มือถือรุ่นอื่นๆ ทำปุ่มเพื่อเรียกใช้งานโดยตรง ส่วนใหญ่เวลาเรียกใช้งานวิทยุ FM เราจะต้องเข้าไปเรียกใช้งานผ่าน user interface ดังนั้นหากใครที่ชอบฟังวิทยุ FM แล้วล่ะก็ i7110 ก็มีปุ่มเพื่อให้คุณเรียกใช้งานได้สะดวกขึ้นมากทีเดียว

i7110-right

ทางด้านล่างของ Samsung i7110 นั้นไม่มีอะไรเลย ไม่มีปุ่ม หรือช่องเสียบใด ๆ ทั้งสิ้น เช่นเดียวกับด้านบนของตัวเครื่องที่มีเพียงที่ร้อยสายคล้องมือเท่านั้น

i7110-bottom

i7110-top

ด้านหลังของเครื่อง Samsung i7110 มีกล้องดิจิตอลความละเอียด 5 ล้านพิกเซลอยู่ และกล้องตัวนี้มาพร้อมกับ dual-LED flash พร้อมกันนี้ด้านหลังมี speaker อยู่ที่ด้านขวาบนทางด้านหลังของตัวเครื่อง

ข้อเสียอย่างหนึ่งของ Samsung i7110 คือมันไม่มีที่ปิดเลนส์กล้องดิจิตอล ทำให้เลนส์เป็นรอยได้ง่าย

i7110-back

---------------------------------

กรุณาใช้โค้ดข้างล่างถ้าต้องการลิ้งก์มาหน้านี้:


ลิ้งก์สำหรับเว็บบอร์ดแบบ phpbb:


Bookmark and Share

---------------------------------

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง/คล้ายกัน

Comments OffTags: ····

Nokia E63

January 8th, 2009 · โทรศัพท์มือถือ & PDAs

nokia-e63

Nokia E63 เป็นโทรศัพท์มือถือของ Nokia อีกรุ่นหนึ่งที่ออกมาพร้อมกับ QWERTY keyboard ซึ่งเราไม่ค่อยได้เห็นมากนักในโทรศัพท์มือถือของ Nokia อย่างไรก็ตาม Nokia N63 มีความคล้ายคลึงกันกับ Nokia E71 พอสมควรไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์และ spec ต่าง ๆ (Nokia E71 ดีกว่าใน spec บางอย่าง)

โดยภาพรวมแล้ว Nokia E63 เป็นมือถือที่เหมาะกับการใช้งานเน้นไปทางด้านธุรกิจ คุณสามารถเข้าสู่การเชื่อมต่อในรูปแบบต่างๆ ที่มาพร้อมกับความสะดวกสบายในการพิมพ์ข้อความต่าง ๆ ผ่าน QWERTY keyboard

Spec ของ Nokia E63

* Quad-band GSM support
* รองรับ 3G
* หน้าจอแบบ Landscape ขนาด 2.36 นิ้ว แสดงสีได้ 16 ล้านสี แบบ QVGA resolution
* ใช้ระบบ Symbian 9.2 OS, S60 UI (FP1)
* ใช้ CPU ความเร็ว 369 MHz ARM 11 และมี SDRAM ขนาด 128 MB
* Wi-Fi
* กล้องดิจิตอลความละเอียด 2 ล้านพิกเซล แบบ fixed focus และมี LED flash
* มีหน่วยความจำภายในเครื่อง 120 MB สามารถใช้ microSD ได้
* มีช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5mm
* Bluetooth v2.0, A2DP support
* microUSB v2.0
* FM radio
* QWERTY keypad
* มีปุ่ม shortcut key ใช้งานได้สะดวก
* รองรับการใช้งาน VoIP
* Office document editor
* Nokia Maps
* แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน
* Remote Lock, Wipe feature

ข้อด้อยของ Nokia E63

* กล้องคุณภาพไม่ดีเท่าที่ควร ภาพที่ได้ไม่น่าประทับใจ
* การถ่ายวีดีโอสามารถทำได้สูงสุดที่ 15 fps (QVGA) เท่านั้น
* ไม่มี GPS
* วิทยุ FM radio ไม่มีระบบ RDS
* ไมีมี USB cable แถมมาให้ใน package
* ไม่แถมเกมส์มาให้ในเครื่อง

โดยไม่ต้องสงสัย Nokia E63 เป็นรุ่นที่ถอดแบบมาจาก E71 เพียงแต่ spec ต่าง ๆ จะเป็นรองกว่า ทำให้ดูเหมือนกับว่า E63 จะกลับไปสู่รุ่นเก่าอย่าง E61i เลยทีเดียว เนื่องจากมันให้กล้องดิจิตอลมาแค่ 2 ล้านพิกเซล และไม่มี GPS ดังนั้นเราจึงลงความเห็นว่าสองข้อด้อยนี้เป็นข้อด้อยที่สำคัญ ซึ่งทำให้โทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ดูล้าหลังไปเลยทีเดียว

การออกแบบของ E63 นั้นไม่แตกต่างจาก E71 ไปมากมายซึ่ง E63 ก็ออกแบบมาได้ดีจับถนัดมือ ดูแล้วแข็งแรงทนทานและใช้วัสดุที่ดี แต่ทว่าตัว body ของเครื่องไม่ได้ทำจากโลหะเหมือน E71 ดังนั้นเรื่องความแข็งแรงทนทานคงสู้ E71 ไม่ได้แน่นอน อย่างไรก็ตามจากราคาที่เสนอขายของ E63 ที่ถูกกว่า E71 ทำให้เราสามารถให้อภัยได้ในเรื่องของวัสดุ

โครงสร้าง และการออกแบบของ Nokia E63

Nokia E63 วัดขนาดได้ 113 x 59 x 13 mm มีปริมาตรสุทธิ 87 cc. ซึ่งจากขนาดที่ได้นี่เองทำให้มันกว้าง และหนากว่า Nokia E71

อย่างไรก็ตาม Nokia E63 ก็เป็นโทรศัพท์มือถือที่มาพร้อมกับ QWERTY keyboard ที่บางมากอีกรุ่นหนึ่งในท้องตลาด มีขอบรอบ ๆ ตัวเครื่องโค้งมน และมีสีสันสดใส ซึ่งสีของ Nokia E63 จะฉูดฉาดกว่า Nokia E71 มากทีเดียว

จากความสำเร็จที่ผ่านมาในรุ่น E71 ทำให้ Nokia ตัดสินใจทำโทรศัพท์มือถือที่คล้ายคลึงกันแต่เป็น mass market มากขึ้นอย่าง E63 ออกสู่ตลาด

Nokia E63 นั้นมีเป้าหมายทางกลุ่มตลาดที่แยกออกจาก E71 โดยจะเห็นได้ชัดจากสีของตัวเครื่อง E63 จะเน้นไปที่กลุ่มผู้ใช้ที่อายุน้อยกว่า E71 โดย E63 นั้นจะมีสองสีให้เลือกคือสีแดง และสีน้ำเงิน แม้ว่าจะใช้วัสดุที่เป็นพลาสติก แต่คุณภาพของพลาสติกก็ถือว่าพอรับได้ วัสดุที่เป็นพลาสติกเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ราคาถูกลงกว่า E71

หูฟังของ E63 วางไว้ตรงกลางของส่วนบนด้านหน้าโทรศัพท์ ทางด้านขวามี ambient light sensor ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Nokia

ถัดจากช่องหูฟัง หรือ earpiece มีหน้าจอขนาด 2.36 นิ้ว พร้อมกับปุ่มควมคุม navigation keys และ QWERTY keyboard

ทางด้านขวาของตัวเครื่องไม่มีปุ่ม หรือช่องเสียบอะไรทั้งสิ้น หรือจะพูดง่ายๆ ก็คือมันไม่มีปุ่ม volume มาให้ที่ด้านข้างของตัวเครื่อง ทำให้ต้องใช้ D-pad ตรงกลาด้านหน้าของเครื่องในการช่วยปรับความดังของเสียง นับเป็นจุดด้อยอีกอย่างหนึ่งทำให้ใช้งานไม่ค่อยสะดวกนัก อีกสิ่งหนึ่งที่หายไปคือ โทรศัพท์มือถือเครื่องนี้ไม่มี infrared port อย่างไรก็ตามเราไม่ได้คิดถึงเจ้า port นี้ซักเท่าไหร่

ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีช่องเสียบ microUSB port และ microSD card slot ทั้งสองตัวนี้มีฝาปิดที่ทำจากพลาสติกเพื่อป้องกันฝุ่น และช่วยให้รูปลักษณ์ของโทรศัพท์ดูดีขึ้น

microSD card slot นั้นรองรับการ์ดหน่วยความจำได้สูงสุด 8GB ที่ด้านบนของตัวเครื่องมีลำโพงที่ให้เสียงดังฟังชัด และช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5mm

ช่องเสียบหูฟังถูกปิดไว้ ฝาปิดของช่องเสียบหูฟังนี้ดูจะไม่ทนทานเท่าไหร่ เพราะมันไม่ได้ยึดติดอยู่กับ body ของตัวเครื่อง

การออกแบบหน้าจอ

Nokia E63 มีหน้าจอขนาด 2.36 นิ้ว แสดงสีได้ 16 ล้านสี หน้าจอเป็น QVGA จาก spec ของหน้าจอที่ว่ามานี้เป็น spec หน้าจอเดียวกันกับ Nokia E71 ซึ่งหน้าจอตัวนี้มีส่วนช่วยให้มือถือมีขนาดเล็กลง และใส่กระเป๋าเสื้อได้ง่ายขึ้น

นอกจากขนาดแล้ว หน้าจอมีความสามารถในการแสดงผลดีเยี่ยม สามารถแสดง contrast และความสดของสีได้ดี ไม่มีปัญหาในการใช้ในที่แสงแดดจ้า ตามแบบฉบับของ Nokia

QWERTY keyboard

Nokia E63 มี QWERTY keyboard ดังที่กล่าว และเห็นภาพกันไปแล้ว E63 เหมือนลอกมากจาก E71 ในหลาย ๆ ส่วน และส่วนที่ไม่พลาดก็คือ QWERTY keyboard อย่างไรก็ตามตัว keyboard ก็มีบางอย่างต่างไปจากรุ่น E71 แต่ไม่ต่างกันมากนัก

ความแตกต่าง keyboard ของทั้งสองรุ่นไม่ใช่การใช้งานด้านการพิมพ์ แต่เป็นการจัดวางตัวอักษร และการออกแบบที่ต่างกันเพียงเล็กน้อย การพิมพ์และกดปุ่มต่าง ๆ บน keybaord สามารถใช้งานได้ง่าย และมีไฟ LED ช่วยให้เห็นตัวอักษรง่ายขึ้น

อีกสิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดในความแตกต่างของ keyboard คือขนาดของปุ่ม space bar ใน E63 จะมีขนาดของ space bar ที่เล็กกว่า E71 และ keybaord ของ E63 จะมีปุ่มเพิ่มขึ้นมาอีกสองปุ่ม

แม้โทรศัพท์ทั้งสองรุ่นจะมี QWERTY keyboard มาให้ แต่คุณก็ไม่สามารถที่จะคาดหวังความไวในการพิมพ์ หรือการใช้งานเทียบเท่ากับ keyboard ของคอมพิวเตอร์ แต่สิ่งที่เราแน่ใจได้ก็คือ คุณจะใช้เจ้า keyboard ของ E63 พิมพ์ text message ได้ไวขึ้นมากทีเดียว

ปุ่มควบคุมเหนือ QWERTY keyboard มีประโยชน์อย่างมากต่อการใช้งาน ซึ่งในส่วนนี้ได้นำการออกแบบของ E71 มาใช้อย่างชัดเจน พร้อมกันนี้ยังมีปุ่ม soft key สองปุ่มสำหรับ Call และ End

---------------------------------

กรุณาใช้โค้ดข้างล่างถ้าต้องการลิ้งก์มาหน้านี้:


ลิ้งก์สำหรับเว็บบอร์ดแบบ phpbb:


Bookmark and Share

---------------------------------

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง/คล้ายกัน

Comments OffTags: ····

Pentax K200D

January 7th, 2009 · กล้องดิจิตอล & Camcorder

pentax-k200d-front

กล้อง Pentax K200D มีความละเอียด 10.2 ล้านพิกเซล โดยในกล้องตัวนี้จะมีเทคโนโลยีการจับภาพของ K10D จนถึง K100D มี AF 11 จุด มาพร้อมกับระบบป้องกันภาพสั่นไหว ซึ่งเป็นการยกระดับกล้องของ Pentax ให้น่าใช้ยิ่งขึ้น

คำถามที่หลาย ๆ คนคงอยากถามคือเจ้า Pentax K200D นี้จะแข่งกับทาง Canon และ Nikon ได้หรือไม่ ซึ่งทั้งสองค่ายที่ว่ามานี้เปรียบเสมือนรุ่น heavyweight เลยทีเดียว อย่างไรก็ตามทาง Pentax พยายามที่จะทำให้กล้องตัวนี้ออกมาเป็นกล้องราคาประหยัดในกลุ่มตลาด กลาง-ล่าง มากกว่าจะไปสู้กับรุ่นใหญ่อย่าง Canon และ Nikon

spec คร่าว ๆ ของ Pentax K200D

กล้องดิจิตอล Pentax K200D มีความละเอียด 10.2 ล้านพิกเซลที่ใช้เทคโนโลยีการทำ sensor จากกล้องตัวเดิมของทางค่าย กล้องตัวนี้มาพร้อมกับเลนส์ 18-55 mm f/3.5-5.6 II กล้องดิจิตอล Pentax K200D ใช้ AA power และ SD memory ซึ่งออกแบบมาได้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับมือใหม่ และผู้มีงบพอประมาณที่ต้องการสัมผัสกล้อง DSLR ราคาประหยัด

Pentax K200D มี 11-point AF system มีระบบกำจัดและป้องกันฝุ่นภายในกล้อง ทนทานต่อสภาพอากาศ มีระบบป้องกันการสั่นไหวของภาพขณะถ่าย และที่สำคัญมันแบตเตอรี่ใช้งานได้นานมากซึ่งเป็นจุดเด่นที่สำคัญของ Pentax K200D

Pentax K200D เป็นกล้องดิจิตอลที่ใช้ classic K mount ซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้ในหลาย ๆ รุ่นของ Pentax ระบบ in-camera IS ของกล้องตัวนี้ทำให้ lens ทุก ๆ ตัวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามถ้าคุณเลือกซื้อกล้องตัวนี้ คุณคงไม่มีตัวเลือกของ lens ให้เลือกซื้อมากนัก

Pentax K200D มีระบบ automatic scene หลายรูปแบบให้เลือกใช้ ซึ่งถ้าคุณยังไม่คุ้นเคยในการใช้กล้องแบบ manual คุณสามารถใช้กล้องตัวนี้แบบ point-and-shoot ได้ทันที

1. โหมด Auto Picture: ระบบนี้จะทำการปรับค่าต่างๆ และทำการเลือก preset option ที่ดีที่สุดของกล้องมาผสมกันจาก preset option ที่มีอยู่ในกล้อง ซึ่งระบบจะวิเคราะห์และประมวลผลให้โดยอัตโนมัติ

2. Scene: Pentax K200D มี scene preset มาให้ทั้งหมด 14 แบบ รองรับการถ่ายภาพในหลาย ๆ รูปแบบ

3. Program: กล้องตัวนี้มีระบบ auto mode ที่ดีมากทีเดียว ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งค่าต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็น ISO, metering mode, white balance ฯลฯ ได้อย่างง่ายดาย

4. Sensitivity Priority : เท่าที่เรารู้ระบบนี้เป็นลักษณะเฉพาะของ Pentax โดยระบบนี้จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่า ISO ที่ต้องการผ่าน scroll wheel กล้องจะทำการคำนวณค่า และปรับความไวชัดเตอร์ และ aperture ให้เหมาะสมทันทีเมื่อผู้ใช้งานใช้เจ้าตัว scroll wheel นี้

5. Aperture Priority: ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่า aperture ที่ต้องการได้ เมื่อตั้งค่าแล้วตัวกล้องจะคำนวณความไวชัดเตอร์ที่เหมาะสมให้เ

6. Shutter Priority : ผู้ใช้งานสามารถตั้งความไวชัดเตอร์ แล้วให้กล้องทำการคำนวณค่า aperture โดยอัตโนมัติได้

7. Manual: ในโหมดนี้ผู้ใช้งานต้องทำการตั้งค่าต่าง ๆ ด้วยตัวเอง

8. Bulb: ในโหมดนี้ shutter จะเปิดอยู่ในเมื่อปล่อยปุ่มกด shutter เพื่อให้ได้ exposure ที่นานขึ้น

กล้องดิจอตอล DSLR Pentax K200D เรียกได้ว่าเป็นกล้องที่ user-friendly มาก ๆ โดยไม่ต้องสงสัยกล้องตัวนี้สามารถใช้งานได้ดีแม้ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ก็ตาม นอกจากนี้มันยังมีราคาที่ถูกเมื่อเทียบกับรุ่นใหญ่ ๆ อย่าง Canon และ Nikon อีกด้วย

pentax-k200d-side

---------------------------------

กรุณาใช้โค้ดข้างล่างถ้าต้องการลิ้งก์มาหน้านี้:


ลิ้งก์สำหรับเว็บบอร์ดแบบ phpbb:


Bookmark and Share

---------------------------------

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง/คล้ายกัน

Comments OffTags: ··

LG KC910 Renoir

December 30th, 2008 · โทรศัพท์มือถือ & PDAs

lgkc910renoir

LC KC910 Renoir เป็นโทรศัพท์มือถือที่มีกล้องดิจิตอลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รองรับ 3G video call สามารถถ่าย video แบบ high quality ได้ และ video สามารถใส่ slow motion effect ได้ด้วย นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมี MP3 player, FM radio, Dolby Mobile, HSDPA 7.2 Mbps, GPS Navigation และ 8GB memory card จาก spec ของเครื่องทำให้เห็นว่าโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้เป็นอีกเครื่องหนึ่งที่แรงที่สุดในตลาดขณะนี้เลยทีเดียว

LG KC910 Renoir ออกสู่ตลาดเมื่อปลายเดือน ตุลาคม 2008 เพื่อมาแทนที่ LG Viewty ที่ผ่านมาเราชอบ LG Viewty มากทีเดียว และเราชอบ LG KC901 Renoir ด้วย !

ชื่อเรียกคำว่า “Renoir” (ออกเสียงแบบฝรั่งเศสว่า เคอนัวร์)เป็นชื่อของจิตกรฝรั่งเศสชื่อดังของโลก ซึ่งเป็นชื่อที่น่าสนใจของ LG KC910 ที่เน้นไปทางกล้องดิจิตอลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ภาพที่ได้จากโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้มีความคมชัดสูง และมีคุณภาพสูงกว่า LG Viewty ในรุ่นก่อนหน้านี้

รูปร่างโดยทั่วไปของ “เคอนัวร์” ตัวนี้มีหน้าตาคล้าย LG Viewty โดยจะมีหน้าจอ flat touchscreen แต่ทว่าหน้าจอของเครื่องนี้จะใหญ่กว่าของ Viewty แต่ตัวโทรศัพท์โดยรวมของ LG KC910 Renoir เล็กกว่า iPhone 3G

LG KC910 Renoir ชั่งน้ำหนักได้ที่ 110 กรัม ทำให้มันกลายเป็นโทรศัพท์มือถือที่หนักไปซักหน่อย แต่มีขนาดที่พอเหมาะ จับถนัดมือไม่ใหญ่ หรือเล็กจนเกินไป ด้วยความที่มันเป็น camera phone และเน้นจุดขายที่ความเป็นโทรศัพท์มือถือที่มีกล้องดิจิตอลความละเอียดสูงแบบนี้ จึงเหมาะสมมากกับการที่มันมีหน้าจอ LCD ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะตัว User Interface ของมันใช้งานได้ง่ายจริง ๆ

หน้าจอของ LG KC910 Renoir วัดทางขวาดได้ 3 นิ้ว มี resolution เท่ากับ 240 x 400 pixel ซึ่งจากการทดสอบตัวเครื่อง เราต้องขอบอกว่า User Interface ใช้งานได้น่าพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อคุณได้สัมผัสกับ User Interface ของ LG KC910 Renoir คุณจะพบกับระบบ haptic(vibration) feedback หรือระบบสั่นที่จะตอบสนองเมื่อกดที่ icon ต่าง ๆ บนหน้าจอ touch screen ผู้ใช้งานหน้าใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสกับระบบนี้คงต้องทำความคุ้นเคยซักพัก แต่ว่าระบบนี้มันตอบสนองการสัมผัสกับหน้าจอได้ดีจริง ๆ ซึ่งทำให้การใช้งาน User Interface ทำได้ดียิ่งขึ้นเพราะมีการตอบสนองกลับมาเป็นการสั่น อย่าลืมว่าหน้าจอแบบสัมผัสนั้นจะไม่มี texture ของพื้นผิวปุ่มต่างๆ  เหมือนโทรศัพท์มือถือทั่วไป ทำให้เวลากดตัวเลขต่างๆ  เพื่อทำการโทรออก คุณจะต้องหันมามองที่ keypad ดังนั้นการที่ LG KC910 Renoir มีระบบสั่นเป็น feedback จากการกดหน้าจอ ทำให้เกิดความแม่นยำในการกดตัวเลขต่างๆ  เพื่อใช้งานมากขึ้น

นอกจากนี้ LG KC910 ยังมี on-screen QWERTY keyboard ที่เป็น keyboard เสมือนคล้าย ๆ ของ iphone ที่หน้าจออีกด้วย โทรศัพท์เครื่องนี้รองรับระบบ T9 predictive text ผ่านการใช้ vitual keypad ทำให้คุณสามารถพิมพ์งานได้ไวขึ้น

ไม่เพียงแต่มี on-screen QWERTY keyboard เท่านั้น แต่ LG KC910 Renoir ยังมีระบบ handwriting recognition ที่สามารถอ่านลายมือของคุณได้ สำหรับผู้ที่ไม่ถนัดที่จะใช้ on-screen QWERTY keyboard ในการพิมพ์่งานก็สามารถใช้ปากกา stylus เพื่อเขียนแทนได้

LG KC910 Renoir ออกมาหลัง LG Viewty ประมาณ 1 ปี ซึ่งการออกแบบหลาย ๆ อย่างไม่ได้ทิ้งห่าย LG Viewty ไปซัีกเท่าไหร่ แต่ถึงแม้จะมีการออกแบบตัวเครื่องที่ใกล้เคียงกันมาก แต่ LG KC910 Renoir มีการพัฒนาเทคโนโลหลาย ๆ อย่างที่ดีกว่า LG Viewty โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตัวกล้องดิจิตอลความละเีอียด 8 ล้านพิเซล ซึ่งทำให้โทรศัพท์มือถือเครื่องนี้กลายเป็นโทรศัพท์รุ่นหนึ่ง ที่มีกล้องดิจิตอลที่ดีที่สุดในกลุ่ม camera phone ด้วยกัน

ตัวกล้องของ LG KC910 มีความคมชัดสูง ใช้เลนส์คุณภาพสูงของ Schneider-Kreuznatch มีautofocus, xenon flash, ระบบ face tracking และ beauty shot

ตัว Flash แบบ xenon นี้ให้คุณภาพของ flash ได้ดีกว่า Flash แบบ LED หลายเ่ท่า ทำให้ใช้ถ่ายได้ดีในที่มืด มีแสงน้อย และใช้ได้ดีมากเมื่อตั้งค่า ISO ที่ 1600

ระบบ Beauty Shot ของโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้ จะทำงานโดยตรวจจับใบหน้าโดยอัตโนมัติ ทำให้ภาพสว่างขึ้นตามความเหมาะสม และเอาจุดที่เป็นตำหนิของภาพออกโดยอัตโนมัติเช่นกัน เรียกได้ว่าดีเยี่ยมทีเดียว ถ้าไม่ได้ลองใช้กับตัวคงไม่เข้าใจ คุณคงจะต้องไปสัมผัสเจ้าโทรศัพท์เครื่องนี้ที่ร้านซักครั้ง

นอกจากนี้ยังมีระบบ focus อัจฉริยะ ที่ทำงานประสานกันกับหน้าจอ touchscreen คือถ้าคุณอยากให้ส่วนไหนของภาพที่กำลังจะถ่ายชัดล่ะก็ แค่แตะส่วนนั้นบนหน้าจอ กล้องก็จะทำการ focus จุด ๆ นั้นให้ทันที ระบบนี้เรียกว่า “touch shot”

LG KC910 Renoir สามารถถ่ายวีดีโอได้ที่ความละเอียดสูง 120 frames per second ซึ่งสามารถใช้ slow motion ให้กับวีดีโอได้ด้วย

LG KC910 Renoir เป็นมากกว่าโทรศัพท์มือถือ หรือแม้แต่กล้องดิจิตอล เพราะมันเป็นโทรศัพท์เครื่องแรกที่ใช้ Dolby Mobile ซึ่งระบบที่ว่านี้เป็นการทำงานทางด้านเสียง และเพลง ซึ่งจะทำการเพิ่มคุณภาพของเสียงให้ดีขึ้นอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป้น bass หรือเสียงแหลม ก็มีความคมชัดสูงมาก

Music Player ของโทรศัพท์เครื่องนี้ สามารถเล่นไฟล์ได้หลายแบบคือ MP3, AAC, AAC+, AAC++, WMA เป็นต้น และสามารถเล่นวิทยุได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังสามารถเล่นไฟล์ภาพยนตร์แบบ DivX และ Xvid ได้อีกด้วย ทำให้คุณสามารถดูภาพยนตร์ได้อย่างเต็มอรรถรส

LG KC910 Renoir มีหน่วยความจำมากกว่า LG Viewty โดยเจ้า Renoir นี้จะมี 100 MB built-in memory และสามารถใส่ microSD memory card ได้สูงสุด 8GB ซึ่งรองรับการจุเพลง MP3 ได้มากถึง 2,000 เพลง และได้มากกว่า 2,000 เพลงถ้าบีบอัดเพลงให้เป็น WMA format นอกจากนี้ตัวเครื่องสามารถเก็บ phonebook ได้ถึงหมด 1,000 entries

---------------------------------

กรุณาใช้โค้ดข้างล่างถ้าต้องการลิ้งก์มาหน้านี้:


ลิ้งก์สำหรับเว็บบอร์ดแบบ phpbb:


Bookmark and Share

---------------------------------

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง/คล้ายกัน

Comments OffTags: ····